
คำเตือน รูปยังคงเยอะเหมือนเคย อาจต้องใช้เวลาในการโหลดเล็กน้อยต้องขออภัย!!
-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

หลังจากที่อัพเรื่องทริปเกาะหมากไปแล้วถึงสามตอน
จนมีเสียงแซวเล็กน้อยว่าเป็นมหากาพย์ไดอารี่
แหม๊...ก็นะ คนเค้าบ้ากล้องนิ
รูปก็เลยเยอะเกิ๊นน...เลือกก็ไม่ได้เพราะรักพี่เสียดายน้อง
วันนี้ปลาป๋องจะขอเสนอเรื่องราวของทริปนี้เป็นตอนสุดท้ายล่ะกัน
ว่าแล้วก็จะมัวมาชักช้าอารัมภบทอยู่ไย
เริ่มกันเลยดีกว่านะเคอะ

"บรรยากาศเช้าวันใหม่หลังฝนตก"

"ดอกไม้สวย ๆ ยังพราวไปด้วยหยาดน้ำฝน"

"ที่สุดของดอกไม้ในดวงใจ ชอบมั่ก ๆ"
(รอบ ๆ กลีบดอกเป็นรอยช้ำ ๆ เหมือนหัวใจเจ้าของไดนี้เลยเนาะ T_T)
-
-
-
พวกเราเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยความชุ่มฉ่ำอีกเหมือนเคย
เพราะเมื่อคืนฝนตกหนักตลอดทั้งคืน
โชคดีที่ตลอดทริปช่วงเวลากลางวันไม่มีฝนเลย
ทำให้เที่ยวได้สนุกสมใจ
-
-
-
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ที่เกาะหมาก
จองตั๋วเรือไว้ตอน 11 โมงเช้า
หลังจากตื่นนอนเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า
ก็อาบน้ำแต่งตัวออกมาทานอาหารเช้า
 
"ระหว่างรอทานมื้อเช้า....ทำไมตาดูเศร้า ๆ จังว่ะ T_T"

"ในใจจะเศร้าแค่ไหน แต่ปลาป๋องก้อ Enjoy eatting ตลอดเล้ยย"

"แอคชั่นใหม่ดีก่า....สดใสใช้ได้ยังหง่ะ?"
-
-
-
และแล้วก็ถึงเวลาต้องโบกมืออำลาเกาะหมากซะที
ทริปนี้ต้องขอบอกว่าประทับใจหลายสิ่งหลายอย่าง
ถือว่าคิดไม่ผิดที่เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าพาหัวใจมาพักร้อนที่นี่
คุ้มค่าและสุขกาย สบายตา

"หากมีโอกาส จะกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง ปลาป๋องขอสัญญา"
-
-
-
ได้เวลาไปขึ้นเรือเพื่อเดินทางกลับสู่โหมดความจริง
ทิ้งความสวยงามของธรรมชาติไว้ข้างหลัง
 
เรือสปีดโบ้ทมารับพวกเราที่ท่าเรือตอน 11 โมง
ทุกคนก็ทยอยลงเรือและออกเดินทาง
เช้าวันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยปลอดโปร่งนัก ฝนทำท่าเหมือนจะตก
พอนั่งเรือไปได้สักพักฝนก็เทกระหน่ำลงมาจริง ๆ อย่างที่คิด
เล่นเอาเปียกม่ะล่อก ม่ะแล่ก ไปตาม ๆ กัน
คนอื่น ๆ ที่เค้ามากันเป็นคู่ ก็นั่งอิงแอบแนบชิดกันไป เห็นแล้วน่าอิจฉา
ส่วนคนไร้คู่อย่างพวกเราสามคนก็ได้แต่นั่งมอง
และก็หาอะไรบังฝนกันเอง
ไม่มีอ้อมแขน หรืออ้อมกอดใด ๆ จากใครทั้งนั้น นอกจากของตัวเอง
แง ๆ แง ๆ
คนมีคู่ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกแบบนี้มันเป็นไง ชิ ๆ

คุณเพ่คนขับเรือ ใส่หมวกกันน๊อคซะด้วย คิดได้ไงฟร่ะ?

แล้วเที่ยงกว่า ๆ คุณเพ่คนขับสุดเท่ห์จากรูปด้านบนม่ะกี้
ก็พาพวกเราฝ่าสายฝนมาถึงท่าเรือโดยสวัสดิภาพ
ถึงเวลาต้องจากทะเลแสนสวยไปจริง ๆ แระ
แต่ม่ะเป็นไร เพราะว่า เราจะไปกันต่อ
กร๊ากกกกกกก
-
-
ระดับปลาป๋องแล้วมีเหรอจะยอมตรงกลับกรุงเทพง่าย ๆ
โฮะ ๆ โฮะ ๆ แรงดีไม่มีตก แฮ่ดได้อีกคร๊า.....เพ่น้อง

พวกเราจะขับรถไปเที่ยวจันทบุรีกันต่อคับป๋ม
ตามมาดูเส่ะ
-
-
-
ระหว่างทางมีฝนตกเป็นระยะ ๆ แต่เราก็ไม่ได้หวั่นเกรงแต่อย่างใด
โดยตั้งใจจะไปทานมื้อเที่ยงที่จันทบุรี
และแวะหาซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้าน

"แม้แต่ถนนยังชุ่มฉ่ำเพราะสายฝนโปรยปรายตลอด"
-
-
-
ใช้เวลาเดินทางไม่ช้า ไม่นานพวกเราก็มาถึงจันทบุรี

"หาดบ้านแหลมสิงห์"

"ท่าทางหวายจะง่วง หลับตาพริ้มเชียวนะยะเทอ 555"
-
-
-
แวะทานอาหารกันที่ร้านอาหารริมหาด บ้านแหลมสิงห์
ชื่อร้านน้องโค้ก

เมนูมื้อนี้ประกอบไปด้วย
ปลากระพงทอดน้ำปลา
ต้มยำทะเลรวมมิตร
ส้มตำทะเล
กุ้งแช่น้ำปลา
และปูนึ่ง+น้ำจิ้มรสแซ่บ
รสชาติใช้ได้ ถือว่าไม่เลว ซัดซะอิ่มโคตร ๆ
-
-
-
พอดีว่าวันที่เราไป มีการแข่งเรือคายัค
พอทานอาหารเสร็จ ปุ้ยเลยไปเก็บภาพมาฝากเล็กน้อย
(ฝนยังโปรยปรายอยู่ กลัวกล้องเปียกน้ำ)

"ดูเมฆฝนจิ ดำทะมึนเชียว"

สังเกตเห็นเรือคายัคป่ะ?

พอเรียกเช็คบิล คิดเงินเรียบร้อย
มื่อนี้หมดไปราวหกร้อยกว่าบาท ถือว่าไม่แพงเท่าไหร่
จากนั้นก็ขับรถไปกันต่อ
-
-
-
แต่พออิ๋วขับไปได้ไม่นาน
ยังไม่ทันที่จะออกจากหาดบ้านแหลมสิงห์เลยอ่ะ
คุณเทอก็เบรครถตัวโก่ง
เพราะเจอะกับบรรยากาสคลาสสิคของศาลาแห่งหนึ่งเข้า
(ไม่แน่ใจหง่ะ ว่าเค้าเรียกว่าอะไร โทษทีเน้อ)

"ปลาป๋องขอเรียกว่าศาลาแดงล่ะกันเนาะ"
ไม่สนใจอะไรล่ะ
ลงรถได้ก็ต่างคนต่างทำหน้าที่
โพสค่ะโพส
จัดไปอย่าให้เสีย

"โพสท่าตามคำบัญชาของเจ๊หวาย"

ม่ะเข้าจัยว่าทำไมต้องให้ชูแขนด้วยหว่า เพื่ออารายยยยเนี่ย
"ถ้าหันหน้าเข้าหาจักกุแร้ตัวเองคงฮาดีเหมือนกันเนาะ 555"

"โดดเดี่ยว และเดียวดาย"

"เจ๊หวาย ตากล้องมือหนึ่งของทริป"
-
-
-
พวกเราสามสาวถ่ายรูปอย่างไม่อายใคร
คนแถวนั้นขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านไปมาเค้าก็มองกัน
คงนึกแปลกใจที่เห็นพวกเรามายืนโพสท่าอย่างบ้าคลั่ง
กร๊ากกกกก
แต่หาได้อายไม่
(จริง ๆ แล้วยังมีอีกนะ แต่ม่ะไหวแล้ว เด๋วหน้านี้ม่ะจบอ่ะ เยอะเกิ๊นน)
-
-
-
จากนั้นพวกเราก็กลับขึ้นรถเพื่อไปต่อ

"สะพานข้ามแหลมเสด็จ"
มุ่งหน้าสู่หาดจ้าวหลาวและอ่าววคุ้งกระเบน ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก
โดยที่พวกเราอาศัยกางแผนที่กันไปเรื่อย ๆ
ขับกินลม ชมวิวไม่รีบร้อน
เจอะวิวทิวทัศน์สองข้างทางตรงไหนสวยโดนใจ
ก็จอดแล้วก็วิ่งลงไปถ่ายรูป
พอสาแก่ใจก็กลับขึ้นรถไปต่อ
เป็นแบบนี้อยู่สี่ห้ารอบ
-
-
มาตอนนี้ซึ่งผ่านมาหลายวันจากที่ไปเที่ยวมา
บางรูปก็เริ่มจะจำไม่ได้แล้วว่าเรียกว่าที่ไหน ต้องขอโต๊ดด้วยน๊า...

หาดอะไรก็ม่ะรู้ "จ้าวหลาว" หรือ "แหลมเสด็จ" จำม่ะด้ายยยย
 
ขอเป็นเด็กอีกสักวันน๊า....(ชิงช้าจะหักไหมหนอ?)

"ใครรู้จักบอกด้วยนะ จำไม่ได้จิง ๆ อ่ะ เพราะพากันโดดลงไปถ่ายรูปแล้วก็กลับขึ้นรถเลย"

แล้วก็ไปต่อ แบบว่าตามป้ายบอกทางกันไปเรื่อย ฮี่ ๆ ฮี่ ๆ


"เป็นเพราะฝนตกแน่เลย คลื่นถึงได้ดูน่ากัวมากว่าน่าลงไปเล่น"
-
-
-
หลังจากเรื่อยเปื่อยกันจนเป็นที่พอใจก็แวะซื้อของฝากตามธรรมเนียม

"เงาะสด ๆ จากสวน"

"วันนี้ขอเป็นรจนาหน่อยล่ะกัน...เงาะเพียบบบ"
-
-
-
บรรดาของฝากที่หิ้วกลับกันมามีมากมายหลายอย่าง
ทั้งพริกไทย เงาะ มังคุด สละ ทุกเรียนกวน สะตอ เม็ดมะม่วงหิมพานต์
เหล่าบรรดาแม่ค้าล้วนใจดีแทบทุกร้าน ให้ชิมฟรีไม่มีอั้น
เจ๊หวายของเราก็ทั้งต่อ ทั้งขอแถม คุ้มกว่าใครเล้ยยยย
-
-
-
ระหว่างขับรถกลับ ยังไม่วายแวะข้างทางอีกสักหน่อย
กับวิวต้นไม้ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
เพราะมันดูสวยในสายตาของพวกเราสามคน

"คิดว่าสวยม่ะ?"
 
มันคือต้นหางนกยูง ซึ่งปกติปุ้ยจะเคยเห็นแต่สีแดง
แต่สำหรับพวกเราเพิ่งเคยเห็นสีส้มเป็นครั้งแรกก็เลยแปลกใจ
(อาจดูธรรมดาสำหรับบางคนหง่ะ)
-
-
-
คราวนี้ก็ได้เวลากลับบ้านจริง ๆ ซะที
ไม่แวะที่ไหนแล้ว เพราะฟ้าเริ่มมืดเข้ามาทุกที
ใช้เวลาเดินทางอีกพักใหญ่ ๆ ก็มาถึงกรุงเทพราว ๆ 3 ทุ่ม
อิ๋วแวะมาส่งปุ้ยที่หอโดยสวัสดิภาพ

"ในลิฟต์ที่หอปุ้ยก็ยังไม่วายแชะภาพเป็นที่ระลึกกันเลยอ่ะ คิดดู"
(ภาพเบลอไปหน่อย เพราะรีบจัด กลัวว่าลิฟต์จะหนีบซะก่อน)
-
-
-
-
ในที่สุดทริปนี้ก็จบลงแบบครบรส
มีความสุขสบาย ๆ ง่าย ๆ ประทับใจและลงตัว
ที่พัก ธรรมชาติ น้ำทะเล ผู้ร่วมเดินทาง
บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
(มีปุ้ยแอบเศร้าบ้างเล็กน้อยในบางครั้ง)
แม้จะมีอุปสรรคติดขัดบ้างเล็กน้อยแต่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
และอย่างที่บอกไว้แต่ต้น
ถ้ามีโอกาสจะกลับไปอีกครั้ง
"ขอสัญญา"

>>>>>>>> ThE EnD <<<<<<<<
ปล. เราสามารถรักใครต่อใครได้มากมาย
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
รักต่างแบบ...ปฎิบัติในหน้าที่ต่างกัน
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่ง
คนบางคนไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย...
และไม่เห็นต้องเจ็บเจียนตาย...
ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้น เต็มที่แล้ว
 |